หากคุณทำงานคราฟต์ สะสมของหายาก หรือจำหน่ายสินค้าแฮนด์เมด คุณคงคุ้นเคยกับ Etsy เป็นอย่างดี
ด้วยจำนวนผู้ซื้อที่ใช้งานอยู่มากกว่า 86.5 ล้านราย Etsy จึงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม Etsy อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะกับผู้ขายทุกคนเสมอไป
หากกำลังมองหาเว็บขายของนอกจาก Etsy Shopify ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ขายที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเองและเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าโดยตรง ขณะที่ Big Cartel เป็นทางเลือกต้นทุนต่ำที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ส่วน Amazon Handmade และ Bonanza ก็เป็นแพลตฟอร์มสไตล์มาร์เก็ตเพลสที่น่าสนใจสำหรับการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เช่นกัน
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหรือเว็บขายสินค้าแห่งใหม่ นี่คือรายชื่อเว็บขายของนอกจาก Etsy ที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถช่วยขยายช่องทางการขาย เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และตอบโจทย์รูปแบบธุรกิจที่แตกต่างกันได้ดียิ่งขึ้น
รวมลิสต์ 7 เว็บขายของนอกจาก Etsy อัปเดต
|
แพลตฟอร์ม |
เหมาะสำหรับ |
ราคา |
|
Shopify |
ธุรกิจที่ต้องการเติบโตระยะยาวและเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า |
เริ่มต้นประมาณ 180 บาท/เดือน |
|
Big Cartel |
ร้านแฮนด์เมดขนาดเล็กที่มีสินค้าจำนวนไม่มาก |
ฟรีสำหรับสินค้าไม่เกิน 5 รายการ หรือเลือกแพ็กเกจแบบชำระเงิน |
|
Squarespace |
แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบเว็บไซต์และการขายออนไลน์ |
เริ่มต้นประมาณ 580 บาท/เดือน (ชำระรายปี) |
|
Wix |
ผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ได้อย่างยืดหยุ่น |
เริ่มต้นประมาณ 620 บาท/เดือน |
|
Ecwid by Lightspeed |
ธุรกิจที่ต้องการเพิ่มระบบขายออนไลน์ให้กับเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียเดิม |
เริ่มต้นประมาณ 180 บาท/เดือน |
|
IndieMade |
ศิลปินและนักสร้างสรรค์ที่ต้องการเว็บไซต์พร้อมแกลเลอรีผลงานและฟีเจอร์จัดอีเวนต์ |
เริ่มต้นประมาณ 180 บาท/เดือน |
|
Amazon Handmade |
ผู้ผลิตสินค้าแฮนด์เมดที่ต้องการเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ Amazon |
ไม่มีค่าบริการรายเดือนหลังผ่านการอนุมัติ คิดค่าธรรมเนียมการขาย 15% หรือประมาณ 11 บาทต่อรายการ |
1. Shopify

Shopify ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขายบน Etsy ที่ต้องการความยืดหยุ่นและการควบคุมธุรกิจมากขึ้น โดยผู้ขายไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการลงประกาศสินค้า และยังสามารถเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า รวมถึงควบคุมแบรนด์ของร้านได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังรองรับการจัดการรายการสินค้าบน Etsy ผ่านแดชบอร์ดเดียว ช่วยให้ขายสินค้าบนทั้งสองแพลตฟอร์มได้พร้อมกันอย่างสะดวก
ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มต้นธุรกิจจาก Etsy ก่อนจะย้ายมาใช้ Shopify เมื่อธุรกิจเติบโตและต้องการขยายศักยภาพการขาย ด้วยเครื่องมือย้ายข้อมูลโดยเฉพาะ การย้ายร้านจาก Etsy ไปยัง Shopify จึงทำได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะต้องการขายผ่านเว็บไซต์ ร้านค้าหน้าร้าน หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย
Shopify ยังมีธีมร้านค้าให้เลือกปรับแต่งได้หลายร้อยแบบ ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ได้อย่างมืออาชีพ พร้อมเครื่องมือและบริการสำหรับการขายแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสนับสนุนธุรกิจผ่าน Shopify Capital ระบบขายหน้าร้านผ่าน Shopify POS รวมถึงบริการจัดส่งสินค้าพร้อมส่วนลดค่าขนส่ง ช่วยให้บริหารธุรกิจออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. Big Cartel

Big Cartel เป็นเครื่องมือสร้างร้านค้าที่ออกแบบมาสำหรับผู้ขายงานฝีมือ ผู้ประกอบการ และผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการขายงานศิลปะออนไลน์ โดยผู้ใช้ Big Cartel สามารถลงรายการสินค้าได้สูงสุดถึง 5 ชิ้นในแผนฟรี เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่มีสินค้าไม่มาก ซึ่งทำให้แพลตฟอร์มนี้เป็นตัวเลือกที่ดีในบรรดาทางเลือกสำหรับ Etsy สำหรับผู้ขายที่มีงบประมาณจำกัดและต้องการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมการลงประกาศของ Etsy นอกจากนี้ ยังมีเทมเพลตเว็บไซต์ที่ปรับแต่งให้ตรงกับแบรนด์ได้ สามารถใช้ชื่อโดเมนของตัวเองและเข้าถึงเครื่องมือการตลาดหลายรายการ ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าจากร้านโดยตรง และติดต่อผ่านแบบฟอร์มติดต่อได้ด้วย
3. Squarespace

Squarespace คือแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่โดดเด่นด้านการใช้งานแบบลากและวาง (Drag-and-Drop) ช่วยให้ผู้ใช้สร้างเว็บไซต์ได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ด เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์อื่น ๆ ในรายการนี้ จุดเด่นสำคัญของ Squarespace เมื่อเทียบกับ Etsy คือการเปิดโอกาสให้คุณขายสินค้าได้ผ่านเว็บไซต์ของตัวเองโดยตรง ซึ่งช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมผู้ขายของ Etsy และทำให้คุณเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าได้อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้สามารถสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางของแบรนด์เอง เช่น อีเมลมาร์เก็ตติ้ง
นอกจากนี้ Squarespace ยังรองรับการนำเข้ารายการสินค้าจาก Etsy ผ่านแอปของผู้ให้บริการภายนอก ทำให้คุณสามารถขายสินค้าควบคู่กันได้ทั้งบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเองและบนมาร์เก็ตเพลสอื่น ๆ เช่นเดียวกับ Shopify อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Squarespace ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่ออีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ ผู้ขายบางรายอาจพบว่าฟีเจอร์ด้านการขายออนไลน์และการขยายธุรกิจยังไม่ครอบคลุมหรือยืดหยุ่นเท่ากับแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อร้านค้าออนไลน์โดยตรง
4. Wix

Wix เป็นแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณขายสินค้าให้กับลูกค้าได้โดยตรง โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการขายแบบเดียวกับ Etsy พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่ปรับแต่งให้สอดคล้องกับแบรนด์ของคุณได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์อื่น ๆ ในรายการทางเลือกแทน Etsy Wix มาพร้อมเทมเพลตเว็บไซต์ที่แก้ไขได้ โดเมนแบบกำหนดเอง บริการโฮสต์เว็บไซต์ และฟีเจอร์ด้านการตลาดบางส่วน
Wix ช่วยให้คุณติดตามคำสั่งซื้อ รับชำระเงินผ่าน PayPal และบัตรเครดิต สร้างคูปองส่งเสริมการขาย รวมถึงกำหนดอัตราภาษีและค่าจัดส่งสำหรับแต่ละพื้นที่ได้ นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจค่าบริการรายเดือนหลายระดับให้เลือกตามความต้องการ พร้อมศูนย์รวมความรู้และชุมชนผู้ใช้งานสำหรับเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์ม
5. Ecwid by Lightspeed

Ecwid by Lightspeed มีทั้งเครื่องมือสร้างเว็บไซต์และระบบที่ช่วยเพิ่มฟังก์ชันอีคอมเมิร์ซให้กับเว็บไซต์เดิม บัญชีโซเชียลมีเดีย และช่องทางการขายอื่น ๆ ที่คุณใช้งานอยู่ จุดเด่นของ Ecwid เมื่อเทียบกับ Etsy คือช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อและชำระเงินได้จากช่องทางออนไลน์ที่พวกเขาใช้ติดต่อกับคุณอยู่แล้ว
ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นศิลปินที่มีเว็บไซต์แสดงผลงานอยู่บนแพลตฟอร์มที่รองรับ Ecwid คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ Buy Button เพื่อนำระบบสั่งซื้อสินค้าไปติดตั้งบนเว็บไซต์พอร์ตโฟลิโอนั้นได้ทันที อย่างไรก็ตาม หากคุณยังไม่มีเว็บไซต์ของตัวเอง คุณจะต้องใช้ฟีเจอร์สร้างเว็บไซต์ของ Ecwid แทน และหากต้องการขายสินค้าทั้งบน Etsy และ Ecwid พร้อมกัน คุณจำเป็นต้องเลือกแพ็กเกจแบบชำระเงินที่มีจำนวนสินค้ารองรับเพียงพอกับความต้องการของธุรกิจ
6. IndieMade

IndieMade หนึ่งในทางเลือกแทน Etsy ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับศิลปินและผู้จำหน่ายงานศิลปะ นอกจากเครื่องมือสร้างร้านค้าออนไลน์แล้ว คุณยังสามารถสร้างปฏิทินกิจกรรม แกลเลอรีรูปภาพ บล็อกส่วนตัว และส่วนแสดงข่าวสารบนเว็บไซต์ได้ ช่วยให้ผู้เข้าชมได้รับประสบการณ์ที่ครบถ้วนมากกว่าการเลือกซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว ฟีเจอร์จัดการสต็อกสินค้าของ IndieMade สามารถซิงก์ข้อมูลระหว่างเว็บไซต์ของคุณกับร้านค้า Etsy ได้โดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับ Etsy แพลตฟอร์มนี้มีข้อจำกัดด้านตัวเลือกสินค้า ทำให้ผู้ขายที่มีสินค้าหลายรูปแบบหรือมีแผนขยายไลน์สินค้าในอนาคตอาจใช้งานได้ไม่สะดวกนัก หากธุรกิจของคุณต้องการรองรับตัวเลือกสินค้าที่หลากหลาย แพลตฟอร์มทางเลือกอื่นในรายการนี้อาจเหมาะสมกว่า
7. Amazon Handmade

Amazon ไม่ได้มีชื่อเสียงในด้านสินค้าแฮนด์เมดเท่านั้น แต่ก็มีตลาดสำหรับการขายสินค้างานฝีมือและของแฮนด์เมดด้วย โดย Amazon Handmade มอบร้านค้า Amazon ให้กับผู้ผลิตเพื่อแสดงสินค้า ข้อดีของ Amazon Handmade เมื่อเปรียบเทียบกับ Etsy ได้แก่ การจัดส่งผ่าน Fulfillment by Amazon (FBA) ที่ไม่มีการหมดอายุของรายการ การวิเคราะห์ข้อมูล และโฆษณาที่สนับสนุนโดย Amazon
การนำสินค้าของคุณไปวางขายบน Amazon Handmade อาจเป็นวิธีที่ดีในการเข้าถึงฐานลูกค้าประจำของ Amazon ที่มีอยู่ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงว่าค่าใช้จ่ายในการขายอาจสูงกว่ามาร์เก็ตเพลสหลายแห่ง โดย Amazon จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย (Referral Fee) 15% ของยอดขาย และมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อรายการอยู่ที่ 0.30 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11 บาท) ต่อธุรกรรม นอกจากนี้ เช่นเดียวกับ Etsy ความสัมพันธ์กับลูกค้าจะอยู่ภายใต้แพลตฟอร์ม Amazon เป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้การนำลูกค้าไปสู่ช่องทางการขายอื่น ๆ ของคุณในอนาคตทำได้ยากขึ้น
วิธีคัดกรองเว็บทางเลือก Etsy ที่ดีที่สุด
การพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ข้างต้นต้องอาศัยเวลาและการประเมินอย่างรอบคอบ หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแพลตฟอร์มใด ลองพิจารณาปัจจัยสำคัญต่อไปนี้
- ตลาดออนไลน์ vs เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ ตลาดออนไลน์อย่าง Amazon Handmade มีฐานลูกค้าให้พร้อม แต่ก็มีกฎเกณฑ์และการแข่งขันสูง ส่วนเครื่องมือสร้างเว็บไซต์อย่าง Shopify ให้ควบคุมแบรนด์ รายชื่ออีเมล และอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่
- โครงสร้างค่าธรรมเนียม บางแพลตฟอร์มหักเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ในขณะที่บางแพลตฟอร์มเก็บค่าสมาชิกรายเดือนบวกค่าธุรกรรมเล็กน้อย ซึ่งโดยรวมมักถูกกว่าการจ่ายค่าธรรมเนียมลงประกาศทุกชิ้น
- ความยากง่ายในการย้ายข้อมูล การย้ายสินค้า 500 รายการด้วยตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แพลตฟอร์มอย่าง Shopify มีเครื่องมือ Migration ที่ช่วยให้นำเข้าสินค้าได้ง่ายขึ้น
- SEO และการดึงทราฟฟิก บนตลาดออนไลน์ต้องพึ่งพาอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม แต่บนเว็บไซต์ของตัวเอง ต้องจัดการ SEO รวมเข้ากับกลยุทธ์บนช่องทางอย่าง Pinterest หรืออีเมลมาร์เก็ตติ้งเอง ลองประเมินว่าพร้อมรับผิดชอบส่วนนี้มากน้อยแค่ไหน
- แผนในอนาคต การเริ่มจากตลาดออนไลน์ทำได้ง่ายกว่า แต่หากวางแผนจะมีสินค้ามากกว่า 1,000 SKU หรือขายส่ง ควรเลือกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopify ตั้งแต่แรก เพื่อไม่ต้องย้ายข้อมูลซ้ำอีกในอีก 2 ปีข้างหน้า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเว็บขายของนอกจาก Etsy
เว็บขายของที่ดีที่สุดนอกจาก Etsy คือเว็บไหน?
Shopify เป็นทางเลือกเว็บขายของนอกจาก Etsy ที่ดีที่สุด ทั้งสำหรับศิลปิน ผู้ทำงานฝีมือ และผู้ประกอบการ เพราะ Shopify ไม่มีค่าธรรมเนียมการลงประกาศขาย อนุญาตให้ลงรายการสินค้าจำนวนไม่จำกัดทั้งสินค้าจริงและสินค้าดิจิทัล และให้ควบคุมเว็บไซต์ได้ตามต้องการ
Shopify กับ Etsy เหมือนกันหรือไม่?
Shopify เป็นแพลตฟอร์มการค้าขายแบบครบวงจรที่ช่วยให้เริ่มต้นร้านค้าปลีกและขายออนไลน์ได้ ซึ่งแตกต่างจาก Etsy เพราะ Shopify มาพร้อมกับชุดเครื่องมือการขาย และให้มีโดเมนเว็บไซต์ที่กำหนดเองได้ ซึ่งหมายความว่าเป็นเจ้าของร้านค้า รวมถึงข้อมูลรายชื่อลูกค้า
จุดอ่อนของ Etsy คืออะไร?
การดำเนินธุรกิจบน Etsy หมายความว่าจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้า ซึ่งทำให้มีข้อจำกัดในด้านการสร้างแบรนด์และการตลาด นอกจากนี้ Etsy ยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมจากผู้ขายซึ่งทำให้กำไรน้อยลง และด้วยเหตุผลด้านการควบคุมและความยืดหยุ่น ทำให้ผู้ใช้ Etsy บางกลุ่มหันไปใช้โซลูชันอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopify

